อุตสาหกรรมยาสีเขียว แผนร่วมแก้วิกฤตสิ่งแวดล้อม


2021-07-07 17:23:37
อุตสาหกรรมยาสีเขียว แผนร่วมแก้วิกฤตสิ่งแวดล้อม
อุตสาหกรรมยาสีเขียว แผนร่วมแก้วิกฤตสิ่งแวดล้อม

ด้วยความตระหนักว่า อุตสาหกรรมยาควรมีส่วนรับผิดชอบต่อการสร้างปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งนับว่า อุตสาหกรรมนี้ เป็นหนึ่งในผู้ก่อมลพิษอันดับต้นๆ  โดยอ้างอิงจากข้อมูลของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย McMaster ประเทศแคนาดา เมื่อปี 2562 ที่ระบุว่า ภาคการผลิตของอุตสาหกรรมยาทั่วโลก มีส่วนปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้าสู่ชั้นบรรยากาศมากกว่าภาคการผลิตยานยนต์

งานวิจัยของมหาวิทยาลัย McMaster อ้างอิงตัวเลขข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากปี 2558 โดยแสดงให้เห็นด้วย ว่า โดยเฉลี่ยแล้ว อุตสาหกรรมยาปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ประมาณ 48.55 ตันต่อมูลค่าการผลิตหนึ่งล้านดอลลาร์ ซึ่งตัวเลขดังกล่าว สูงกว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ประมาณ 55% ขณะที่นักวิจัยของมหาวิทยาลัยยอร์ก จากสหราชอาณาจักร ได้ออกมาเปิดเผยรายงานการวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำในแม่น้ำ 72 ประเทศ โดยพบว่า 65% ปนเปื้อนยาปฏิชีวนะ โดยเฉพาะแม่น้ำในเอเชียและแอฟริกา ที่พบยาปฏิชีวนะปนเปื้อนในระดับซึ่งเป็นอันตราย

ปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้บริษัทผู้ผลิตยารายใหญ่ ทั่วโลกต่างออกมาประกาศจุดยืนในการแสดงความรับผิดชอบและประกาศยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม แต่การมีส่วนร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ตามเป้าหมายลดการปล่อยมลพิษระหว่างประเทศตามที่ได้เคยที่ระบุไว้ในข้อตกลงปารีสเมื่อปี 2559 ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย  เพราะอุตสาหกรรมยาทั่วโลกจะต้องร่วมกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงถึง 59% จากระดับปี 2558 เลยทีเดียว ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นความท้าทายที่บริษัทผลิตยารายใหญ่ขานรับด้วยการออกมาประกาศแนวทางและยุทธศาสตร์ ในการเปลี่ยนอุตสาหกรรมนี้ให้มีบทบาทให้การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างแข็งขัน

แอสตราเซเนกา (AstraZeneca) บริษัทยาและชีวเภสัชภัณฑ์ของอังกฤษ-สวีเดน บริษัทยาที่ใหญ่เป็นอันดับ 12 ของโลก ประกาศลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์เพื่อให้บรรลุการปล่อยคาร์บอนตามเป้าหมายให้ได้ภายในปี 2568 โดยอาศัยนวัตกรรมใหม่ ๆ มาเป็นตัวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตยา เพื่อลดของเสียจากภาคการผลิต เปลี่ยนกระบวนการผลิตให้ขับเคลื่อนด้วยพลังงานหมุนเวียนและใช้เทคโนโลยีขั้นสูงมากำหนดสูตรยาโดยคำนึงถึงเรื่องการสร้างปัญหาเรื่องยาตกค้างหลังการบริโภค

เช่นเดียวกับ บริษัทยาอีกหลายแห่ง ที่ได้พยายามออกแบบแนวทางในการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับความพยายามลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เช่นใช้แนวทางที่เรียกว่า เคมีสีเขียว” (Green chemistry) หรือการออกแบบกระบวนการทางเคมีที่ลดการใช้และการสร้างสารอันตรายในระหว่างกระบวนการพัฒนายา โดยพยายามลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของกระบวนการผลิตยาโดยใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

นอกจากนี้ บริษัทผู้ผลิตยารายใหญ่ อาทิ แอบบอตแลปส์ (Abbott Labs) ,จอห์นสันแอนจอห์นสัน (Johnson & Johnson) ,ไบเออร์ เฮลธ์แคร์ (Bayer Healthcare), โนวาตีส (Novartis) ฯลฯ ยังได้ร่วมกันประกาศตัวเป็นกลุ่มผู้ผลิตยาที่ คำนึงถึงความยั่งยืนและใช้แนวทางในการดำเนินกิจการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งภาคการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน และพร้อมเปิดเผยข้อมูลคาร์บอนจากการผลิตให้สาธารณะชนรับทราบความก้าวหน้าในการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

 



ข่าวอื่นๆ

สุดล้ำ! Banpu NEXT e- PromptMoveโซลูชันด้านพลังงานสะอาดมาพัฒนาเป็นต้นแบบ  ชุดเครื่องผลิตและกักเก็บไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ แบบออฟกริดจาก ‘บ้านปู เน็กซ์’
สุดล้ำ! Banpu NEXT e- PromptMoveโซลูชันด้านพลังงานสะอาดมาพัฒนาเป็นต้นแบบ ชุดเครื่องผลิตและกักเก็บไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ แบบออฟกริดจาก ‘บ้านปู เน็กซ์’
พบแมงกะพรุนกล่อง มีหนวด 1 เส้นจากแต่ละมุม ที่ระดับความลึกประมาณ 5 เมตร ด้านหน้าโรงแรมบริเวณหาดกะตะ
พบแมงกะพรุนกล่อง มีหนวด 1 เส้นจากแต่ละมุม ที่ระดับความลึกประมาณ 5 เมตร ด้านหน้าโรงแรมบริเวณหาดกะตะ
การพัฒนาเอนไซม์เบนโซฟีโนนซินเทสจากเปลือกมังคุดเพื่อประโยชน์ทางเภสัชกรรม
การพัฒนาเอนไซม์เบนโซฟีโนนซินเทสจากเปลือกมังคุดเพื่อประโยชน์ทางเภสัชกรรม
การศึกษาชั้นบรรยากาศของโลกยุคโบราณ อาจช่วยให้ค้นหาเบาะแสของสิ่งมีชีวิตนอกโลก
การศึกษาชั้นบรรยากาศของโลกยุคโบราณ อาจช่วยให้ค้นหาเบาะแสของสิ่งมีชีวิตนอกโลก