ปัญหาการบริโภคและผลกระทบต่อสมดุลสิ่งแวดล้อมเป็นวงจรและวัฏจักรทั้งระบบ


2021-04-22 14:30:51
ปัญหาการบริโภคและผลกระทบต่อสมดุลสิ่งแวดล้อมเป็นวงจรและวัฏจักรทั้งระบบ
ปัญหาการบริโภคและผลกระทบต่อสมดุลสิ่งแวดล้อมเป็นวงจรและวัฏจักรทั้งระบบ
การบริโภคเป็นกิจกรรมที่ใช้ประโยชน์จากสินค้าและบริการเพื่อสนองความต้องการของทุกคนในสังคมทั่วโลก กิจกรรมนี้มีส่วนเชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมทั้งทางตรงและทางอ้อม เพราะปัจจัยหลายประการพุ่งเป้าไปที่การใช้ทรัพยากรเป็นหลัก จึงยากที่จะปฏิเสธว่า เป็นกิจกรรมที่สามารถสร้างผลกระทบถึงสิ่งแวดล้อมเป็นวงจรและวัฏจักรทั้งระบบ


ทั้งนี้ ปัญหาสิ่งแวดล้อมซึ่งทุกประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญหน้า ถูกระบุว่าเกิดจากหลายสาเหตุ แต่ส่วนใหญ่ก็การกระทำของมนุษย์เป็นหลัก ประกอบกับหลายทศวรรษที่ผ่านมา ทั่วโลกมีจำนวนประชากรมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น องค์การสหประชาชาติ (UN) ประมาณการว่า จำนวนประชากรโลกทั้งหมดมีประมาณ 7,300 ล้านคน (ตัวเลขการสำรวจเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ.2563) และจะเพิ่มจำนวนเป็น 8,500 ล้านคนในปี พ.ศ. 2573 และ 11,200 ล้านคนในปี พ.ศ. 2643
แน่นอนว่า ประชากรโลกที่เพิ่มขึ้น ย่อมส่งผลให้ความต้องการในการใช้ทรัพยากรเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะปัจจัยในการบริโภคขั้นพื้นฐาน เริ่มตั้งแต่เรื่องของ อาหารการกิน แหล่งน้ำ ที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน สำหรับประกอบอาชีพ องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations หรือ FAO) ออกมาระบุว่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 โลกสูญเสียพื้นที่ป่าถึง 1.3 ล้านตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่าพื้นที่ของทวีปแอฟริกาใต้ หรือทุก ๆ 1 ชั่วโมง พื้นที่ป่าจะหายไปขนาดเท่าสนามฟุตบอลไซส์มาตรฐาน (7,140 ตารางเมตร) จำนวน 800 สนาม/ชั่วโมง และสาเหตุส่วนใหญ่มาจากการขยายที่ทำกิน



เมื่อทรัพยากรที่มีอยู่ ไม่เพียงพอ ปัญหาการบุกรุกทำลายสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการที่เป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต ก็ตามมาเช่นกัน ยังไม่รวมถึงความต้องการด้านอื่น ๆ เช่น แร่ธาตุ แหล่งพลังงาน ขณะเดียวกัน จำนวนและความต้องการในการบริโภคของประชากรย่อมส่งผลไปถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจ ในทันที ซึ่งกรณีนี้ จะสร้างปัญหาการใช้ทรัพยากรที่ไม่ยั่งยืนตามมาด้วย

ปัจจัยความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจทำให้ทุกสังคม มุ่งเน้นที่จะยกระดับมาตรฐานการชีวิต ต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้น เช่นต้องการความสะดวกสบายในเรื่องการเดินทาง ปัจจุบันเมื่อเทียบความต้องการ และจำนวนรถยนต์ ก่อนหน้านี้ องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) ระบุว่า ภายในปี พ.ศ. 2578 จำนวนรถบนท้องถนนทั่วทั้งโลกจะเพิ่มขยายขึ้นจากปัจจุบันถึง 2 เท่าตัว ไปอยู่ที่ 1.7 พันล้านคัน เนื่องจากจำนวนความต้องการซื้อรถของประชาชนในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ เช่น จีน และอินเดีย มีการเพิ่มขยายอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ จำนวนรถต่อประชากรในจีน เมื่อปีพ.ศ. 2547 ปี อยู่ที่จำนวนเพียง 4 คัน ต่อประชากร 1,000 คน  ขณะที่ผ่านไปเพียง 6ปี คือใน ปี 2553  จำนวนเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ รถ 40 คันต่อประชากร 1,000 คน   และในปี พ.ศ. 2578 คาดว่าจำนวนจะพุ่งไปที่ 310 คัน ต่อประชากร 1,000 คน ยังไม่นับถึงจำนวนความต้องการรถยนต์ของประเทศอื่น ๆ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปีเช่นกัน โดยสิ่งที่เกิดขึ้นตามมา ก็คือผลกระทบต่อสภาพสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาการจราจร ปัญหามลพิษในอากาศ กรมควบคุมมลพิษ และ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) เคยออกมาระบุสัดส่วนการก่อปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 จากแหล่งกำเนิดประเภทต่าง ๆ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมื่อปี พ.ศ. 2561 พบว่า สาเหตุหลักมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงที่มีแหล่งกำเนิดหลักมาจากภาคการขนส่งทางถนน ถึง 72.5% ในจำนวนดังกล่าว มาจากรถบรรทุก 28% รถกระบะ 21% รถยนต์นั่งส่วนบุคคล 10% รถบัส 7% รถจักรยานยนต์ 5% และรถตู้ 1.5%

อย่างไรก็ตาม ที่กล่าวมาเป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่งของเชื่อมโยงระหว่างกิจกรรมการบริโภคกับสิ่งแวดล้อมเท่านั้น ยังมีรายละเอียดอื่น ๆ ที่ชี้ชัดว่า กิจกรรมการบริโภคไม่อาจหลีกเลี่ยงที่จะตระหนักถึงเรื่องของสมดุลในการใช้ทรัพยากรและความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม เพราะปัญหาสิ่งแวดล้อมในรูปแบบต่าง ๆ กำลังย้อนกลับมาส่งผลกระทบต่อโลกอย่างต่อเนื่องและรุนแรงขึ้นทุกปี

ข้อมูลจาก https://www.deqp.go.th/new
ภาพจาก pixabay



ข่าวอื่นๆ

สุดล้ำ! Banpu NEXT e- PromptMoveโซลูชันด้านพลังงานสะอาดมาพัฒนาเป็นต้นแบบ  ชุดเครื่องผลิตและกักเก็บไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ แบบออฟกริดจาก ‘บ้านปู เน็กซ์’
สุดล้ำ! Banpu NEXT e- PromptMoveโซลูชันด้านพลังงานสะอาดมาพัฒนาเป็นต้นแบบ ชุดเครื่องผลิตและกักเก็บไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ แบบออฟกริดจาก ‘บ้านปู เน็กซ์’
พบแมงกะพรุนกล่อง มีหนวด 1 เส้นจากแต่ละมุม ที่ระดับความลึกประมาณ 5 เมตร ด้านหน้าโรงแรมบริเวณหาดกะตะ
พบแมงกะพรุนกล่อง มีหนวด 1 เส้นจากแต่ละมุม ที่ระดับความลึกประมาณ 5 เมตร ด้านหน้าโรงแรมบริเวณหาดกะตะ
การพัฒนาเอนไซม์เบนโซฟีโนนซินเทสจากเปลือกมังคุดเพื่อประโยชน์ทางเภสัชกรรม
การพัฒนาเอนไซม์เบนโซฟีโนนซินเทสจากเปลือกมังคุดเพื่อประโยชน์ทางเภสัชกรรม
การศึกษาชั้นบรรยากาศของโลกยุคโบราณ อาจช่วยให้ค้นหาเบาะแสของสิ่งมีชีวิตนอกโลก
การศึกษาชั้นบรรยากาศของโลกยุคโบราณ อาจช่วยให้ค้นหาเบาะแสของสิ่งมีชีวิตนอกโลก