ทส.รณรงค์ลดโลกร้อน เชิญชวนซื้อผลิตภัณฑ์ตัว G มอบของขวัญเทศกาลปีใหม

  • วท.เชื่อมโยงอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือกับอีอีซีไอสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ
    กว่า 3,575 ล้านบาทภายใน 3 ปี

    กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯดีเดย์เชื่อมโยงอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือกับโครงการพัฒนาเขต
    นวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีอซีไอ(EECi) พัฒนาอุตสาหกรรม
    เครื่องสำอาง เศรษฐกิจฐานชีวภาพเมืองนวัตกรรมอาหารและศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพ
    พร้อมยกระดับผู้ประกอบการสตาร์ทอัพที่มีเทคโนโลยีเป็นฐานการผลิต เอสเอ็มอีที่มีนวัตกรรม
    ให้ได้ 155 บริษัท เกิดจ้างงานนักวิจัยในภาคเอกชนได้มากกว่า 545 คน สร้างมูลค่าทางเศรษฐ
    กิจได้มากกว่า 3,575 ล้านบาทภายใน 3 ปี

    เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์
    และเทคโนโลยี(วท.) พร้อมผู้บริหารกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ลงพื้นที่ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี
    (ครม.) สัญจร ที่ จ.ลำปาง เพื่อเตรียมการยกระดับอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ (Northern Science
    Park) สู่การเร่งสร้างผู้ประกอบการธุรกิจ นวัตกรรมสตาร์ทอัพ(Startup) และ เอสเอ็มอี(SMEs) ที่มี
    ความสามารถในการแข่งขัน พร้อมยกระดับศักยภาพเชิงพื้นที่ในเรื่องการเป็นฐานการผลิตด้าน
    เกษตรสร้างสรรค์สู่อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง(Cosmetic Valley), เศรษฐกิจฐานชีวภาพ(Bio Economy)
    ,เมืองนวัตกรรมอาหาร(Food Innovation) และ ศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพ(Medical & Wellness
    Hub) และการเชื่อมโยงอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือสู่เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะ
    วันออก(อีอีซีไอ)


    วท.เชื่อมโยงอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือกับอีอีซีไอสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ

    ดร.สุวิทย์ เปิดเผยว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้ดำเนินการโครงการพัฒนาเขตนวัตกรรมระเบียง
    เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีอซีไอ(EECi) พ้ืนที่ประมาณ 2,000 ไร่ตั้งอยู่ในวังจันทร์วัลเลย์
    ต.ป่ายุบใน อ.วังจันทร์ จ.ระยอง โดยพื้นที่แห่งนี้จะเป็นแหล่งวิจัยและนวัตกรรมที่เข้มข้น เพื่อนำผล
    งานวิจัยและนวัตกรรมที่ได้ไปตอบโจทย์ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายทั้งในพ้นที่อีอีซีและทั่วประเทศ
    หรือ กล่าวง่ายๆ ว่าหัวใจสำคัญของ อีอีซีไป คือ การเป็นสะพานที่จะนำทางให้งานวิจัยไปสู่การใช้
    ประโยชน์ได้จริง โดยจะมีการขยายผลของการเชื่อมโยงสู่ภูมิภาคต่างๆ โดยเมื่อวันที่ 7 พ.ย.2561
    ที่ผ่านมา ได้มีการร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงการดำเนินงาน

    “โครงการเชื่อมโยงการวิจัยและพัฒนาและการลงทุนนวัตกรรมระหว่างนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจ
    ภาคตะวันออกกับอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ” ระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโน
    โลยีแห่งชาติ (สวทช.) และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะแม่ข่ายของอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ
    ซึ่งอุทยานฯ ถือเป็นกลไกสำคัญที่ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ร่วมกับมหาวิทยาลัยในภาคเหนือให้นำ
    องค์ความรู้ และ งานวิจัยของมหาวิทยาลัยมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและภาคอุตสาหกรรม
    ทำให้เกิดสตาร์ทอัพที่มีเทคโนโลยีเป็นฐานการผลิตหรือทำธุรกิจ(Tech Startups) และเอสเอ็มอี(SMEs)
    ที่มีความสามารถในการแข่งขันและมีศักยภาพในพื้นที่

    รมว.วิทยาศาสตร์ฯ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันการดำเนินงานของอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ ได้รับการ
    สนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ผ่านสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริม
    กิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ (สอว.) ได้เปิดใช้เป็นระยะเวลา 7 เดือนได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบ
    การสตาร์ทอัพและเอสเอ็มอี และหน่วยงานพันธมิตรในพื้นที่เป็นอย่างดี โดยมีการเข้ามาใช้ประโยชน์
    พื้นที่ไปแล้วมากกว่าร้อยละ 86 ซึ่งคาดว่าจะใช้ประโยชน์เต็มพื้นที่ภายในไตรมาศที่ 2 ของปี 2562
    สามารถสร้างการจ้างงานกำลังคนเพื่อสนับสนุนการทำวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ 108 ราย มีการจัด
    กิจกรรม 410 งาน ซึ่งมีผู้ใช้ประโยชน์ทั้งสิ้น 29,400 คน และเกิดประมาณการผลกระทบทางเศรษฐ
    กิจที่เกิดขึ้น 328 ล้านบาท ซึ่งการเชื่อมต่อกับโครงการ EECi โดยการยกระดับอุทยานวิทยาศาสตร์
    ภาคเหนือ จึงถือเป็นโอกาสครั้งสาคัญในการนำเอาองค์ความรู้ งานวิจัย และนักวิจัยของมหาวิทยาลัย
    มาสู่การเร่งสร้างผู้ประกอบการนวัตกรรมในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ และ สตาร์ตอัพที่ใช้
    เทคโนโลยี และ เอสเอ็มอี รวมถึงพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคตด้วยการเชื่อมโยงกับเทคโนโลยี มุ่งเน้น
    ของ EECi โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยีชีวภาพ มาผสานกับศักยภาพของภาคเหนือ นาไปสู่การขับ
    เคลื่อนและ ยกระดับการผลิตด้านเกษตรสร้างสรรค์สู่อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง , เศรษฐกิจฐานชีว
    ภาพ ,เมืองนวัตกรรมอาหาร และ ศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพ และเกิดการยกระดับศักยภาพเชิง
    พื้นที่ นำไปสู่การเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมและเพิ่มรายได้ต่อหัวประชากรในภาคเหนือ โดยใช้นวัตกรรม
    และดึงดูดนักลงทุนฐานนวัตกรรมเข้าสู่ประเทศ

    วท.เชื่อมโยงอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือกับอีอีซีไอสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ

    ดร.สุวิทย์ กล่าวอีกว่า ด้วยเหตุนี้จึง จำเป็นต้องยกระดับการพัฒนาและก่อสร้างส่วนขยายอุทยาน
    วิทยาศาสตร์ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ ซึ่งส่วนเดิมปัจจุบัน มีข้อจำกัดของพื้นที่ให้บริการไม่สามารถ
    ขยายตามความต้องการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ที่เพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งเพื่อให้ สอดคล้องกับนโยบาย
    ไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล และพันธกิจการดำเนินงานของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ในการมุ่งเน้น
    ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและพัฒนาพื้นที่ภูมิภาคด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม(วทน.)
    โดยคาดว่าจะเกิดสตาร์ทอัพที่มีเทคโนโลยี และ เอสเอ็มอีที่มีนวัตกรรม อย่างน้อย 155 บริษัท เกิด
    จ้างงานนักวิจัยในภาคเอกชนมากกว่า 545 คน สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 3,575
    ล้านบาท ภายในระยะเวลา 3 ปี ทำให้ภาคเหนือเป็นกลไกสาคัญและ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับ
    เคลื่อนอุตสาหกรรม เป้าหมายของประเทศไทย

    วท.เชื่อมโยงอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือกับอีอีซีไอสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ





    วท.เชื่อมโยงอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือกับอีอีซีไอสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ

    วท.เชื่อมโยงอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือกับอีอีซีไอสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ


  • วท.เชื่อมโยงอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือกับอีอีซีไอสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ

    วท.เชื่อมโยงอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือกับอีอีซีไอสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ

    วท.เชื่อมโยงอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือกับอีอีซีไอสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ


    Share FB
    14.1.19



Copyright © 2017. medias-center.com, All Rights Reserved by Wandit Medias