สทนช.เดินหน้า SEA ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออก

  • สทนช.เดินหน้า SEA ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกแก้ปัญหาน้ำในทุกมิติอย่างเป็นระบบ


    สทนช. ลงพื้นที่อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เดินหน้า SEA สร้างกระบวนการวิเคราะห์แผนงาน/โครงการ
    อย่างเป็นระบบ คำนึงสมดุลด้านเศรษฐกิจ-สังคม ควบคู่การรักษาสิ่งแวดล้อม บนพื้นฐานการมีส่วนร่วม
    ของภาคประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ แก้ปัญหาน้ำท่วม-แล้งพื้นที่ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกในทุกมิติ
    เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

    วันนี้ (14ม.ค.63) ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าว
    ภายหลังการลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดสงขลา และโครงการศึกษาการประเมิน
    สิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) พื้นที่ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออก ณ ศูนย์เรียนรู้ฟื้นฟูอนุรักษ์ลุ่มน้ำและ
    ป่าชายเลน และโครงการขุดร่องน้ำปากแม่น้ำเทพา อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ว่า ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวัน
    ออก มีพื้นที่ 26,023 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 13 ลุ่มน้ำสาขา ใน 11 จังหวัด ประกอบด้วยพื้นที่ทั้งจังหวัด
    หรือบางส่วน ได้แก่ จังหวัดชุมพร ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ประจวบคีรีขันธ์ ปัตตานี พัทลุง ยะลา
    ระนอง สงขลา และสุราษฎร์ธานี โดยมีลุ่มน้ำตาปี ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา และลุ่มน้ำปัตตานีแทรกตัวเป็น
    ช่วงๆ ลักษณะของลุ่มน้ำไม่ได้ยาวต่อเนื่องกันโดยตลอด โดยมีแม่น้ำที่สำคัญ ได้แก่ คลองท่าแซะ คลอง
    ท่าตะเภา คลองหลังสวน แม่น้ำปากพนัง แม่น้ำสายบุรี และแม่น้ำโก-ลก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแม่น้ำสายสั้นๆ
    ความลาดชันของท้องน้ำสูงในบริเวณพื้นที่ต้นน้ำ และลดน้อยลงในบริเวณตอนกลางและตอนปลายของลำ
    น้ำ จนไหลลงสู่อ่าวไทย ทำให้พื้นที่มักประสบปัญหาอุทกภัยบ่อยครั้งในช่วงฤดูฝน อีกทั้งลำน้ำที่สั้นและ
    ความเร็วกระแสน้ำสูง จึงเกิดการพังทลายและการกัดเซาะหน้าดิน นอกจากนี้กระแสน้ำที่ไหลลงทะเลสู่อย่าง
    รวดเร็ว ทำให้ไม่สามารถเก็บกักน้ำได้ เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง ประกอบกับการเจริญเติบโต
    ด้านเศรษฐกิจในพื้นที่ ส่งผลให้มีแนวโน้มการขาดแคลนน้ำเพิ่มขึ้นด้วย



    สทนช.เดินหน้า SEA ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออก


    “จากสภาพปัญหาของพื้นที่ ทำให้การพัฒนาแหล่งน้ำจะต้องมีการวางแผนอย่างรอบด้าน ซึ่ง สทนช. เห็น
    ถึงความจำเป็นต้องมีการศึกษา “โครงการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) พื้นที่ลุ่ม
    น้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออก” โดยนำกระบวนการ SEA หรือกระบวนการที่ใช้สําหรับการประเมินสิ่งแวดล้อม
    ระดับยุทธศาสตร์ มาใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจที่เหมาะสมจากมุมมองทางด้านสิ่งแวดล้อมและ
    ความยั่งยืนของการพัฒนาในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ที่สอดคล้องกับบริบททางสังคมและวัฒน
    ธรรมของแต่ละพื้นที่ บนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน สามารถกำหนดทิศทางการพัฒนา
    ระดับพื้นที่ได้ชัดเจน ตรงกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง อีกทั้งมีรูปแบบทางเลือก
    การพัฒนาและแผนงาน เพื่อประกอบการตัดสินใจของหน่วยงานระดับนโยบายได้” เลขาธิการ สทนช. กล่าว

    สทนช.เดินหน้า SEA ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออก

    นายสนอง จันทร์รักษ์ นายอำเภอเทพา กล่าวเพิ่มเติมว่า อำเภอเทพา มีจุดแข็งในเชิงความหลากหลายทางกาย
    ภาพของพื้นที่ ทั้งเป็นเทือกเขา พื้นที่ราบเชิงเขา พื้นที่ราบลุ่ม พื้นที่ราบลุ่มปากแม่น้ำและพื้นที่ราบชายฝั่งทะเล
    ทำให้มีระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลายและอุดมสมบูรณ์ แต่กลับพบว่า ในพื้นที่ประสบปัญหา
    ด้านน้ำค่อนข้างมาก ทั้งปัญหาอุทกภัยและดินถล่ม โดยเหตุครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2560 ได้สร้างความเสียหาย
    ต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและหน่วยงานต่างๆ ในอำเภอ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 26 ล้านบาท
    ทั้งนี้ปัญหาข้อจำกัดของการพัฒนาและเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาด รวมถึงปัญหาการบุกรุกหรือรุกล้ำโดยมิชอบใน
    พื้นที่ป่าต้นน้ำและแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ จึงเป็นที่มาการจัดตั้ง โครงการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนา
    อำเภอเทพาที่ยั่งยืน (เทพาของเรา: Tiba Kita) ซึ่งเป็นรูปแบบของการจัดการทรัพยากรชุมชนที่ถูกต้องเหมาะ
    สมและเป็นธรรม เพื่อสร้างความกินดีอยู่ดีและความสุขที่ยั่งยืนให้ชาวเทพา และได้กำหนดยุทธศาสตร์ของการ
    บริหารจัดการน้ำในพื้นที่ต่างๆ ให้ตอบโจทย์และสอดคล้องกับลักษณะทางกายภาพ ภูมิศาสตร์ การประกอบ
    อาชีพ และชีวิตประจำวันของผู้คน

    สทนช.เดินหน้า SEA ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออก

    ทั้งนี้ โครงการศึกษา SEA พื้นที่ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออก ได้ดำเนินการจัดประชุมปฐมนิเทศไปแล้ว รวม 4 เวที
    ในจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และปัตตานี มีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 800 คน นอกจากนี้ ยังมีการ
    ประชุมกลุ่มย่อยในพื้นที่ลุ่มน้ำสาขา รวม 14 เวที จำนวน 2 ครั้ง โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมแต่ละครั้งมากกว่า 400 คน
    ที่ประกอบด้วย หน่วยงานภาคราชการและภาคเอกชน หน่วยงานท้องถิ่น ชุมชน กลุ่มผู้ใช้น้ำ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
    และภาคประชาชน โดยพื้นที่อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา นับเป็นพื้นที่ตัวอย่างของการบูรณาการบริหารจัดการ
    น้ำที่ดีและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนราชการและเอกชน และการมีส่วนร่วมของคน
    ในชุมชนอย่างแท้จริง ที่ร่วมกันสำรวจและวิเคราะห์สภาพปัญหาในพื้นที่ ตลอดจนติดตามและหาแนวทางแก้ไข
    ก่อเกิดเป็นแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของชุมชน

    สทนช.เดินหน้า SEA ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออก

    โดยจุดที่นำคณะลงพื้นที่ ประกอบด้วย โครงการขุดร่องปากแม่น้ำเทพา ตามแผนงานป้องกันน้ำท่วมอำเภอเทพา
    เป็นโครงการขุดร่องน้ำ (พื้นที่ปลายน้ำ) ดำเนินการโดยกรมเจ้าท่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายปริมาณน้ำ
    ลงสู่ทะเลอ่าวไทยให้รวดเร็วขึ้น ช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและอุทกภัยของอำเภอเทพา โดยดำเนินการขุดลอกร่อง
    น้ำปากน้ำเทพาทั้งร่องในและร่องนอก ประกอบด้วยการขุดลอกและขยายปากแม่น้ำ การปรับปรุงภูมิทัศน์โดย
    รอบ รวมถึงการสร้างท่าเทียบเรือประมง คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2564

    สทนช.เดินหน้า SEA ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออก

    นอกจากนี้ ยังเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้ชุมชนกลุ่มอนุรักษ์พื้นที่ลุ่มน้ำและป่าชายเลนอำเภอเทพา ที่เดิมเป็นพื้นที่ประสบ
    ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนและมีการทำลายทรัพยากรแหล่งน้ำ รวมทั้งการลักลอบตัดไม้ป่าชายเลน โดย
    กลุ่มนายทุนเลี้ยงกุ้ง ก่อให้เกิดการชะล้างของหน้าดินและเกิดการสะสมของสารเคมี อีกทั้งยังเป็นจุดรับน้ำที่รับ
    การชะล้างหน้าดินมาจากต้นชุมชน ก่อให้เกิดตะกอนสะสมจนกลายเป็นน้ำเสียและโคลนตม สัตว์น้ำไม่สามารถ
    อาศัยอยู่ได้ ชาวบ้านร่วมกับท้องถิ่นและหน่วยงานต่างๆ รณรงค์และขับเคลื่อนกิจกรรม เพื่อบูรณาการการปฏิบัติ
    งานร่วมกันในการบริหารจัดการพื้นที่ลุ่มน้ำป่าชายเลนอย่างเป็นระบบ “การลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำ
    ทั้ง 2 จุดสามารถตอบโจทย์การขับเคลื่อนแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี ที่อยู่ภายใต้แผนยุทธ
    ศาสตร์ชาติ ใน 3 ด้าน ประกอบด้วย ด้านที่ 3 การจัดการน้ำท่วมและอุทกภัย ด้านที่ 4 การจัดการคุณภาพน้ำ ใน
    การอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าชายเลนเพื่อรักษาระบบนิเวศ ทำให้คุณภาพน้ำดีขึ้น เหมาะเป็นแหล่งขยายพันธุ์ของสัตว์น้ำวัย
    อ่อน และด้านที่ 6 การบริหารจัดการน้ำอย่างมีส่วนร่วม ที่เป็นการบูรณาการความร่วมมือจากคนในชุมชนและจาก
    หลายหน่วยงานในพื้นที่ ซึ่งหลังจากนี้ สทนช. จะนำข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็น และตัวอย่างของความสำเร็จไปต่อยอด
    ปรับใช้ในการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำอื่นๆ ให้เหมาะสม ตลอดจนพัฒนาการดำเนินงานและบูรณาการความร่วม
    มือของภาคส่วนต่างๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด ตอบโจทย์แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างครบวงจร
    และเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป” เลขาธิการ สทนช. กล่าวในตอนท้าย

    สทนช.เดินหน้า SEA ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออก





    Share FB


    15.1.20



Copyright © 2017. medias-center.com, All Rights Reserved by Wandit Medias