ม.มหิดลและม.ชิบะ เปิดตัว ศูนย์ความร่วมมือทางการวิจัยและฝึกอบรมด้าน

  • ม.มหิดลและม.ชิบะ เปิดตัว ศูนย์ความร่วมมือทางการวิจัยและฝึกอบรมด้าน
    การปลูกพืชในอาคาร MU-CU. PFAL

    มหาวิทยาลัยมหิดลและมหาวิทยาลัยชิบะ ร่วมพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมการปลูกพืชมูลค่าสูงด้วยเทคโนโลยี
    ชีวภาพและเกษตรแม่นยำ มุ่งพัฒนาสู่ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีในภูมิภาค

    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 ที่ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 13.00 น. ศาสตราจารย์ นพ.บรรจง มไหสวริยะ
    รักษาการอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ ศาสตราจารย์ ดร. โทโยกิ โคซาอิ (Prof. Dr. Toyoki Kozai) ผู้แทน
    อธิการบดีมหาวิทยาลัยชิบะ และ รองศาสตราจารย์ ดร.สิทธิวัฒน์ เลิศศิริ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ ได้ให้เกียรติและ
    ร่วมเป็นสักขีพยานในงานพิธีเปิด “ศูนย์ความร่วมมือทางการวิจัยและฝึกอบรมด้านการปลูกพืชในอาคาร ระหว่าง
    มหาวิทยาลัยมหิดลและมหาวิทยาลัยชิบะ” (MU-CU Collaborative Research and Training Center in Plant Factory)
    หรือ ศูนย์ MU-CU.PFAL มีเป้าหมายในการยกระดับกระบวนการผลิตพืชมูลค่าสูง โดยพัฒนาต่อยอดองค์ความ
    รู้และเทคโนโลยีด้านต่างๆ ทั้งเทคโนโลยีชีวภาพ การเกษตร วิศวกรรม และ IOT เพื่อใช้ในโรงงานผลิตพืชด้วยแสง
    เทียม หรือ PFAL (Plant Factory with Artificial Light) ที่ริเริ่มพัฒนาโดยศาสตราจารย์โทโยกิ โคซาอิ จากมหาวิทยาลัย
    ชิบะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้ให้เกียรติมาเป็นประธานร่วมในพิธีเปิดศูนย์ฯ ในฐานะตัวแทนของอธิการบดีมหาวิทยาลัย
    ชิบะในครั้งนี้ด้วย


    แนวคิดและเทคโนโลยีนี้ได้ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก และเริ่มเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 โดยรองศาสตราจารย์
    ดร.กัณยารัตน์ สุไพบูลย์วัฒน ในฐานะผู้อำนวยการการจัดตั้งศูนย์ฯ ได้ให้ข้อมูลว่า “งานวิจัยด้าน PFAL ของมหาวิทยา
    ลัยมหิดลได้ถูกริเริ่มขึ้นที่คณะวิทยาศาสตร์ตั้งแต่ปี 2545 ในระยะเริ่มต้นนักวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดล ได้เน้นพัฒนา
    องค์ความรู้การวิจัยพื้นฐาน เพื่อที่จะเข้าใจการตอบสนองของพืชในระบบควบคุมสภาพแวดล้อมเทียม สำหรับพืช 2
    กลุ่ม คือกลุ่มพืชเขตร้อนและกึ่งร้อน และกลุ่มพืชเขตหนาว ชนิดที่ไม่สามารถผลิตได้ภายใต้สภาพอากาศของประเทศ
    ไทย โดยเริ่มพัฒนาต้นแบบ Plantopia® ซึ่งเป็น PFAL ขนาดเล็กภายใต้ระบบควบคุมสภาพแวดล้อมแบบกึ่งปิด ที่ใช้
    สำหรับการคัดเลือกต้นพืชพันธุ์กลายและต้นพืชที่มีพันธุกรรมผันแปรได้อย่างแม่นยำและใช้ย่นระยะวลาการคัดเลือก
    พันธุ์ ซึ่งต่อมาเป็นผลงานนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศระดับนักศึกษาในงานแสดงผลงานนวัตกรรมแห่งชาติ
    ในปี พ.ศ. 2546 หลังจากนั้น มีงานวิจัยอีกหลายโครงการที่ใช้ความรู้ด้านเทคโนโลยีชีวภาพมาช่วยให้เข้าใจผลกระทบ
    ของสภาวะแวดล้อมเทียม ต่อการเจริญเติบโตและกลไกการสร้างสารสำคัญในพืชสมุนไพร โดยมีบางงานวิจัยที่ทำร่วม
    กับมหาวิทยาลัยชิบะ และอาจารย์สังกัดม.มหิดลที่วิทยาเขตกาญจนบุรี รวมทั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เพื่อพัฒนาเทคโนโลยี
    การผลิตผักสมุนไพรมูลค่าสูง ด้วยระบบ PFAL ที่ไม่ใช้ดินทั้งในอาคารและโรงเรือน

    ม.มหิดลและม.ชิบะ เปิดตัว ศูนย์ความร่วมมือทางการวิจัยและฝึกอบรมด้าน


    ในขณะเดียวกันคณะวิทยาศาสตร์ก็มีทีมศึกษาวิจัย ที่พัฒนางานด้านโดรน หุ่นยนต์ และเซนเซอร์อัจฉริยะ สำหรับสนับ
    สนุน PFAL และการเกษตรแบบแม่นยำในแปลงปลูก นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 ที่รัฐบาลได้เห็นความสำคัญของระบบการ
    ผลิตพืชด้วยเทคโนโลยี PFAL ทำให้มีแหล่งทุนภายในประเทศเริ่มสนับสนุนงานวิจัยและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนี้
    ทำให้ระบบ PFAL เป็นที่นิยมมากขึ้นในหลายหน่วยงาน ทั้งมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย เอกชนและองค์กรหลายแห่ง มี
    งานวิจัยต่อเนื่องในด้านการพัฒนาแหล่งแสง เซนเซอร์ ระบบควบคุม การให้บริการฐานข้อมูล การผลิตแอพพลิเคชั่น
    ที่ใช้กับมือถือ ตลอดจนพัฒนาระบบควบคุมความเย็นและฉนวนความร้อน

    นอกจากองค์ความรู้ที่ลึกซึ้งในการควบคุมการตอบสนองของพืชในระดับ upstream แล้วโมเดลปลูกพืชที่ใช้ทดสอบเป็น
    โมเดลที่เน้นการพัฒนาและผลิตประกอบขึ้นเองในประเทศให้มากที่สุดไม่เน้นการนำเข้าเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้มหาวิทยาลัย
    มหิดลได้ร่วมมือกับภาคเอกชน และหน่วยงานสนับสนุนการวิจัยต่างๆ อาทิ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
    แห่งชาติ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ และสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ในการทำงานวิจัย
    เชิงลึกด้านระบบการผลิต ระบบแสงสว่าง ระบบควบคุมสภาวะแวดล้อม ตำรับการให้สารละลายธาตุอาหาร และแอพฯ
    ที่เชื่อมต่อระบบคราวด์ สำหรับ PFAL ศูนย์ MU-CU.PFAL ที่จัดตั้งขึ้นนี้มุ่งเป้าหมายให้เป็นการทำงานแบบสหสาขาที่
    ร่วมกันหลายหน่วยงาน ทั้งบุคลากรของคณะวิทยาศาสตร์เอง รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ทั้งและนอกในมหาวิทยาลัยมหิดล
    โดยศูนย์ฯ จะมีการประสานการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ทั้งกับสถาบันเครือข่ายฯ และภาคส่วนต่างๆ ทั้งรัฐเอกชน รวมทั้ง
    องค์กรอิสระทั้งในและนอกประเทศ เพื่อเป้าหมายในการพัฒนาสู่การเป็นศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีในภูมิภาค


    ม.มหิดลและม.ชิบะ เปิดตัว ศูนย์ความร่วมมือทางการวิจัยและฝึกอบรมด้าน

    ทั้งนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.สิทธิวัฒน์ เลิศศิริ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่าศูนย์ความร่วมมือทาง
    การวิจัยและฝึกอบรมด้านการปลูกพืชในอาคาร MU-CU.PFAL มีพันธกิจที่ตอบสนองการวิจัยเชิงปฏิบัติการ สำหรับ
    ถ่ายทอดให้ผู้สนใจทั้งในภาคการศึกษาภาคเกษตรและอุตสาหกรรม รวมทั้งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้และความร่วม
    มือทางวิชาการระหว่างสถาบันและภาคเอกชน เพื่อพัฒนางานวิจัยและสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์อย่างเหมาะสมสำหรับ
    การลงทุน สามารถถ่ายทอดสู่ภาคอุตสาหกรรมและวิสาหกิจชุมชนของประเทศไทยรวมถึงประเทศอื่นในภูมิภาคที่ต้องการ
    ได้ อันจะมีส่วนช่วยส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือที่ยั่งยืน ระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคมาก
    ขึ้น

    ทั้งนี้ ศาสตราจารย์ นพ.บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลได้กล่าวเสริมว่า MU-CU.PFAL นี้เป็นหนึ่ง
    ในศูนย์ Joint Research Center ที่มหาวิทยาลัยมหิดลให้การสนับสนุนการจัดตั้ง ภายใต้โครงการ “ทุนสนุบสนุนการ
    พัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศ ปีงบประมาณ 2561” ของกองวิเทศสัมพันธ์ โดยงบประมาณในส่วนของการจัดตั้ง
    อาคารปฏิบัติการและระบบสนับสนุนภายใน เป็นการสนับสนุนจากงบประมาณของมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับคณะ
    วิทยาศาสตร์ รวมทั้งเงินสนับสนุนโครงการ จากกลุ่มสาขาวิชาชีวนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ฐานชีวภาพอัจฉริยะของคณะ
    วิทยาศาสตร์ ในส่วนของอุปกรณ์ครุภัณฑ์เครื่องมือและผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่นนั้น ได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยชิบะ
    ประเทศญี่ปุ่น นอกจากการสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์ MU-CU.PFAL นี้แล้ว ทางมหาวิทยาลัยชิบะยังได้สนับสนุนเงินทุน
    ในการจัดสร้างโรงเรือนระบบควบคุมเพื่อปลูกพืชทดลองที่วิทยาเขตกาญจนบุรีของมหาวิทยาลัยมหิดลเพื่อใช้เป็นเครือข่าย
    วิจัยและฝึกอบรมเช่นกัน


    ม.มหิดลและม.ชิบะ เปิดตัว ศูนย์ความร่วมมือทางการวิจัยและฝึกอบรมด้าน


    ม.มหิดลและม.ชิบะ เปิดตัว ศูนย์ความร่วมมือทางการวิจัยและฝึกอบรมด้าน
    Share FB

    1.12.19



Copyright © 2017. medias-center.com, All Rights Reserved by Wandit Medias