วันโอโซนโลก (World Ozone Day)

  • วันโอโซนโลก (World Ozone Day)

    วันที่ 16 กันยายนของทุกปี เป็น "วันโอโซนโลก (World Ozone Day)"เป็นวันที่ให้เราตระหนัก
    ถึงชั้นบรรยากาศต่างๆ ของโลก ที่คอยปกป้องเราจากรังสีต่างๆ จากดวงอาทิตย์ไม่ให้เป็น
    อันตรายต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก เพื่อเป็นการพิทักษ์และดูแลชั้นบรรยากาศโอโซนโลกให้คงอยู่
    ต่อไป

    วันโอโซนโลก (World Ozone Day)

  • เนื่องจากในยุคสมัยที่ผ่านมา โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ได้ใช้สารเคมีซีเอฟซี หรือคลอโรฟลูออโรคาร์บอน
    (CFC : Chlorofluorocarbon) เป็นจำนวนมาก พบมากในโรงงานอุตสาหกรรมเครื่องทำความเย็น และอุตสาห
    กรรมผลิตโฟม ทำให้สารเคมี ซีเอฟซีระเหยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ และไปทำปฏิกิริยากับก๊าซโอโซน จนก๊าซ
    โอโซนถูกทำลาย และลดปริมาณลงอย่างรวดเร็ว

    อีกทั้งสารเคมีซีเอฟซีเป็นสารที่สลายตัวเองได้ยาก จึงทำให้ตกค้างอยู่ในชั้นบรรยากาศเป็นเวลานาน ร่วมกับ
    ก๊าซโอโซนถูกทำลายลงไปมาก จึงทำให้รังสียูวีอุลตราไวโอเลตเข้าสู่พื้นโลกมาขึ้น ซึ่งส่งผลให้สิ่งมีชีวิตต่างๆ
    ทั้งสัตว์และ มนุษย์เกิดเป็นโรคมะเร็งผิวหนัง ด้วยเหตุนี้เองจึงได้มีการกำหนดให้วันที่ 16 กันยายนของทุกปี
    เป็นวันโอโซโลก นับตั้งแต่ปี 2530 เป็นต้นมา



    วันโอโซนโลก (World Ozone Day)

  • ปัญหาการถูกทำลายของชั้นโอโซนได้ถูกหยิบยกมาอภิปรายโดยองค์การสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ
    (United Nations Environment Programme, UNEP) ซึ่งได้จัดตั้งคณะกรรมการประสานงานเรื่องชั้นโอโซน
    ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากองค์กรต่างๆ เช่นองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) รับผิดชอบเรื่องแผนวิจัย
    ด้านบรรยากาศ องค์การอนามัยโลก (WHO) และ องค์กรเอกชน (NGO) ต่อมาจึงกลายมาเป็นปฏิบัติการ
    ระหว่างประเทศที่จะควบคุมสารซีเอฟซี ( CFCs)

    ในปี พ.ศ. 2524 UNEP ได้จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อวางโครงร่างว่าด้วยการป้องกันชั้นโอโซนแม้จะยังไม่ไ
    ด้มีข้อปฏิบัติแต่นับได้ว่าเป็นมาตรการในการเจรจาระหว่างประเทศฉบับแรกเกิดขึ้น และในเดือนมีนาคม
    ค.ศ.1985(2528)UNEP ได้ร่วมกันเจรจาจัดทำอนุสัญญาเวียนนาว่าด้วยเรื่องการพิทักษ์ชั้นโอโซน เพื่อปก
    ป้องสุขภาพมนุษย์และสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากผลกระทบของโอโซนลดลง

    ในวันที่ 16 กันยายน ค.ศ.1987(2530) ได้มีการลงนามในข้อกำหนดที่เรียกว่า "พิธีสารมอนทรีออล" ณ
    นครมอนทรีออล ประเทศแคนาดาซึ่งทั้ง 47 ประเทศได้ให้คำสัตยาบันด้วยการลดและเลิกใช้สารทำลายชั้น
    โอโซน ซึ่งได้แก่ สาร CFCs และ Halon ซึ่งประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกว่าในปี 2532

    โดยจะให้มีความตระหนัก ถึงความสำคัญในการเลิกใช้ สาร CFCs หลังปี ค.ศ. 2000 สำหรับ ประเทศที่ผลิต
    สารกลุ่มนี้จะเลิกผลิต โดยเปลี่ยนไป ใช้กับกลุ่มอื่นๆที่มีอันตรายน้อยกว่ามาทดแทน ได้แก่ สารประเภทที่อยู่
    ในกลุ่มใกล้เคียงกันเช่น HCFC และสาร HFC ซึ่งเป็นสารที่มีฟลูออรีนอย่างเดียวไม่มีคลอรีนดังนั้นปัญหา
    ในการทำลายชั้นโอโซนก็จะลดลง


    วันโอโซนโลก (World Ozone Day)

    บทบาทของประเทศไทย กรมโรงงาน อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมได้ห้ามใช้สารในกลุ่ม CFF-11,
    CFC-12 และควบคุม การนำเข้าของสารที่ทำลายชั้นโอโซนในปี 2541 ส่วน CFC-113,CFC-114,CFC-115
    เมทิลคลอโรฟอร์ม และสารฮาลอน เลิกใช้ในปี 2541 พร้อมกันนี้จัดการสัมมนาและประชาสัมพันธ์เผยแพร่
    ความรู้ความเข้าใจในเรื่องของสารทดแทนใน อุตสาหกรรมต่างๆ รวมทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อให้เกิด
    ความร่วมมือกันเลิกใช้สารกลุ่มดังกล่าว พร้อมกันนี้ทางภาครัฐ ได้ลดภาษีการนำเข้าของสารทดแทน รวม
    ทั้งให้การสนับสนุนสำหรับอุตสาหกรรมใหม่ที่ต้องไม่ใช้สารที่ทำลายชั้นโอโซน

    วันโอโซนโลก (World Ozone Day)

    เราในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของโลก จะสามารถช่วยลดสารCFC ได้โดย

    1. เลือกซื้อและใช้เครื่องปรับอากาศที่มีสัญลักษณ์ Non CFCs
    2. หมั่นตรวจเช็กระบบแอร์รถยนต์ในอู่ที่ได้มาตรฐาน รวมหมั่นล้างทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศบ้าน
    3. ตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกชนิดหนึ่งที่ปล่อยสาร CFC ที่จะออกมาทำลายชั้นโอโซนได้ ดังนั้นควรเปลี่ยน
    ตู้เย็นที่ใช้มานานกว่า 10 ปี และไม่เปิดตู้เย็นบ่อย เพราะจะทำให้ระบบทำความเย็นทำงานหนัก
    4. เลิกใช้อุปกรณ์ที่เป็นลักษณะกระป๋องสเปรย์ รวมทั้งวัสดุที่ทำจากโฟมทั้งหลาย ซึ่งมีสาร CFC เป็นส่วน
    ประกอบสำคัญในการผลิต และวัสดุเหล่านี้ยังย่อยสลายได้ยากอีกด้วย

    อย่าปล่อยให้วันโอโซนโลกเป็นแค่เพียงวันสำคัญในปฏิทิน ช่วยกันปกป้องโอโซนด้วยการดูแลรักษาสิ่งแวด
    ล้อมรอบตัวรวมไปถึงชั้นบรรยากาศของโลก ให้มันดีขึ้นและอยู่ได้ไปจนถึงลูกหลานในอนาคต

     วันโอโซนโลก (World Ozone Day)


    ข้อมูลจาก: มหาวิทยาลัยมหิดล มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
    ภาพจาก: pixabay



    Share FB
    14.9.63
    รวมวันสำคัญ


Copyright © 2017. medias-center.com, All Rights Reserved by Wandit Medias