ถึงเวลาลดใช้‘โฟม-พลาสติก’ แก้วิกฤติ‘ขยะล้นบก-ตกทะเล’

  • ถึงเวลาลดใช้‘โฟม-พลาสติก’ แก้วิกฤติ‘ขยะล้นบก-ตกทะเล’

    “ขยะบกตกทะเล” เป็นปัญหาระดับโลก โดยเฉพาะประเทศไทยนั้นถูกจับตามองจากนานา
    ชาติหลังมีผลการศึกษาพบว่า ไทยปล่อยให้มีขยะรั่วไหลลงสู่ทะเลและมหาสมุทรมากเป็น
    อันดับ 6 ของโลก ขณะเดียวกันในประเทศเองก็มีรายงานข่าวสัตว์น้ำไปกินขยะที่ถูกทิ้ง
    ลงทะเลจนเข้าไปทำอันตรายต่อร่างกายจนตายลงให้เป็นภาพชวนเวทนา จึงมีความ
    พยายามจะหลายภาคส่วนที่จะลดปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน

    ถึงเวลาลดใช้‘โฟม-พลาสติก’ แก้วิกฤติ‘ขยะล้นบก-ตกทะเล’

    โดยเฉพาะหน่วยงานซึ่งเป็นเจ้าภาพคือ “กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” ไม่
    ได้นิ่งนอนใจในการแก้ปัญหา “เริ่มตั้งแต่บนบก” ที่ผ่านมามีการแสวงหาความร่วมมือจาก
    หลายภาคส่วนในประเด็น “ลดใช้พลาสติก - โฟม” เพราะเป็นวัสดุที่เมื่อกลายเป็นขยะจะย่อย
    สลายยากใช้เวลาหลักร้อยปี อีกทั้งเป็นอันตรายหากสิ่งมีชีวิตไม่ว่าในทะเลหรือบนบกบริโภค
    เข้าไป เริ่มต้นจากภาครัฐก่อนเพื่อเป็นแบบอย่างแก่ภาคเอกชนและประชาชน

    ผ่านการนำ 2 หน่วยงาน “กรมควบคุมมลพิษ” ที่มีความรู้เรื่องการจัดการขยะมูลฝอย กับ “สำนัก
    งานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ” ซึ่งมีหน้าที่พัฒนาตัวชี้วัดประสิทธิภาพของหน่วยงาน
    ราชการ มาร่วมกันออกแบบ “ตัวชี้วัดการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยในหน่วยงาน” และเริ่มใช้ตั้ง
    แต่เข้าสู่ปีงบประมาณ 2562 (เดือน ต.ค. 2561 - ก.ย. 2562) สำหรับประเมินผู้บริหารส่วนราชการ
    ต่างๆ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

    ถึงเวลาลดใช้‘โฟม-พลาสติก’ แก้วิกฤติ‘ขยะล้นบก-ตกทะเล’

    ขณะที่การขยายความร่วมมือไปสู่ภาคส่วนอื่นๆ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการ
    กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ทางกระทรวงมีโครงการ “ทำความดี
    ด้วยหัวใจ ลดรับ ลดให้ ลดใช้ถุงพลาสติก” เข้าไปร่วมกับตลาดสด ห้างสรรพสินค้าและร้าน
    สะดวกซื้อ เบื้องต้น จากการประเมินเป็นเวลา 7 เดือนเศษตั้งแต่ 21 ก.ค. 2561 - 28 ก.พ. 2562
    พบว่า สามารถลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วได้แล้วประมาณ 814 ล้านใบหรือคิดเป็น
    น้ำหนักประมาณ 4,600 ตัน

    ถึงเวลาลดใช้‘โฟม-พลาสติก’ แก้วิกฤติ‘ขยะล้นบก-ตกทะเล’

    “ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ จำนวน 154 แห่ง ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติ
    สัตว์ป่าและพันธุ์พืช มีข้อกำหนดห้ามนำกล่องโฟมบรรจุอาหารเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ
    และมีการรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วภาชนะพลาสติกบรรจุอาหาร ขวดน้ำที่มีพลาสติก
    หุ้มฝาขวด หลอด ตลอดจนช้อนและส้อมที่ทำจากพลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้ง โดยเริ่มมาตั้งแต่
    วันที่ 12 ส.ค. 2561 ซึ่งนับถึงวันที่ 31 ม.ค. 2562 ที่ผ่านมา สามารถลดจำนวนพลาสติกที่ใช้ครั้ง
    เดียวทิ้งลดลงได้เป็นจำนวนทั้งหมด 1,639,920 ใบ” พล.อ.สุรศักดิ์ ระบุ

    ถึงเวลาลดใช้‘โฟม-พลาสติก’ แก้วิกฤติ‘ขยะล้นบก-ตกทะเล’

    อีกด้านหนึ่ง สำหรับการแก้ปัญหาขยะบกตกทะเล “กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง” ซึ่ง
    ดูแลพื้นที่24 จังหวัดชายทะเล แบ่งเป็นฝั่งอันดามัน 8 จังหวัด และฝั่งอ่าวไทย 16 จังหวัด
    ดำเนินการใน 4 ด้าน

    1.จัดเก็บขยะตกค้างในระบบนิเวศเป้าหมายอย่างน้อยจังหวัดละ 2 ครั้ง อีกทั้งยังร่วมจัดทำ
    มาตรการลดปริมาณขยะทะเลในพื้นที่เป้าหมาย 10 พื้นที่ ได้แก่ ระยอง สมุทรปราการ สมุทร
    สาคร เพชรบุรีสุราษฎร์ธานี สงขลา ปัตตานี พังงา ภูเก็ต และตรัง

    2.โครงการชายหาดปลอดบุหรี่และปลอดขยะ มีเป้าหมายที่จะขยายผลจากพื้นที่นำร่อง 24 แห่ง
    ใน 15 จังหวัด

    3.บริหารจัดการขยะทะเลโดยทุ่นกักขยะ โดยในปีงบประมาณ 2562 กรมทรัพยากรทางทะเล
    และชายฝั่ง ได้รับการจัดสรรงบประมาณในการจัดซื้อทุ่น จำนวน 10 ชุด เพื่อการจัดการขยะ
    บริเวณปากแม่น้ำและคลองที่จะไหลลงสู่ทะเล โดยดำเนินการร่วมกับเครือข่ายในพื้นที่เป้าหมาย
    10 แห่ง

    4.กำจัดขยะในพื้นที่ที่มีปัญหาเฉพาะ อาทิ ออกคำสั่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 755/
    2561 ลงวันที่ 17 ส.ค. 2561 ว่าด้วยเรื่อง มาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
    บริเวณพื้นที่เกาะเต่า เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน และ เกาะสมุย อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดย
    ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2561 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2561
    ที่ผ่านมา



    ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดประชุม Special ASEAN Ministerial Meeting on Marine Debris ซึ่ง
    เป็นการประชุมรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมอาเซียนวาระพิเศษ เรื่องขยะทะเล โดยที่ประชุมได้ให้ความ
    เห็นชอบต่อเอกสาร ผลลัพธ์ซึ่งมี 2 ฉบับ คือ
    1.ปฏิญญากรุงเทพฯ ว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเลในภูมิภาคอาเซียน และ

    2.กรอบปฏิบัติงานอาเซียนว่าด้วยขยะทะเล ซึ่งมีแนวทางการปฏิบัติที่จะช่วยให้ลดปริมาณขยะทะเล
    ด้วยความร่วมมือจากภาคเอกชน ที่จะพัฒนานวัตกรรม หรือการนำกลับไปใช้ใหม่ของผลิตภัณฑ์เพื่อ
    ลดปริมาณขยะ” พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าว

    ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ เมื่อปี 2560 พบว่า ประเทศไทยมีขยะมูลฝอยทั้งสิ้น 27.40 ล้านตัน หรือ
    เฉลี่ย 75,046 ล้านตันต่อวัน หรือคน 1 คน จะสร้างขยะเฉลี่ยคนละ 1.13 กิโลกรัมต่อวัน ขณะที่ขยะ
    พลาสติกนั้นในประเทศไทยมีถึงราว 2 ล้านตัน หรือร้อยละ 12 ของขยะมูลฝอยทั้งหมด ในจำนวนนี้
    1.5 ล้านตัน ถูกนำไปเผาในเตาเผาหรือฝังกลบ ส่วนอีก 0.5 ล้านตันสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ แต่ยัง
    มีบางส่วนที่หลุดลงสู่พื้นที่สาธารณะ รวมถึงทะเลด้วย

    อนึ่ง รายงานผลการวิจัยเรื่อง “การศึกษาระดับพฤติกรรมด้านการจัดการขยะของคนไทย (เล่ม 1)”
    จัดทำโดย “ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมด้านสิ่งแวดล้อม กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม” สำรวจความคิด
    เห็นของประชาชนกลุ่มตัวอย่างจำนวน 4,549 คนจากทั่วประเทศ ระหว่างเดือน เม.ย. - ธ.ค. 2560
    พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ระบุว่าพลาสติกเป็นขยะที่พบในบ้านมากที่สุดถึงร้อยละ 82.96 สะท้อน
    บทบาทที่สำคัญของพลาสติกต่อวิถีชีวิตของผู้คน

    ดังนั้นการลดใช้พลาสติก ตลอดจนการคัดแยกและการทิ้งอย่างถูกวิธีเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่ง
    แวดล้อม จึงยังเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนต้องขับเคลื่อนกันอย่างต่อเนื่อง!!!

    ภาพและข้อมูลจาก https://www.naewna.com/likesara/401369,Pixabay


    Share FB
    10.4.19




Copyright © 2017. medias-center.com, All Rights Reserved by Wandit Medias