• อ่าวมาหยาปิด เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ ต้องใช้เวลาเนิ่นนานสักเท่าไรกว่าธรรมชาติ
    จะคืนกลับมา

  • เป็นเวลานานหลายเดือนแล้ว อ่าวมาหยาปิดตัวลง จากคำสั่งปิด 4 เดือน ขยายเป็น
    ไม่มีกำหนด ถึงวันนี้ "อ่าวมาหยา" สถานที่ท่องเที่ยวชื่อเสียงโด่งดังของหมู่เกาะพีพี
    จ.กระบี่ ถูกปิดเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติทึ่ยากจะกลับมาเหมือนเดิม

    เมืองไทยมีทะเลสวยใส หาดทรายขาวบริสุทธิ์นับร้อยหลากหลายที่ แต่มีอ่าวเล็ก ๆ
    แห่งหนึ่งกลายเป็นจุดหมายในฝันของคนทั่วโลก ทุกคนมุ่งมาที่อ่าวมาหยาอันน่า
    มหัศจรรย์ นานนับวันนับปีผ่านไป ธรรมชาติถูกทำร้ายโดยไม่รู้ตัว และวันหนึ่งเมื่อ
    ปี 2561 อ่าวมาหยา ก็ปิดตัวลง เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ

    อ่าวมาหยาปิด เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ ต้องใช้เวลาเนิ่นนานสักเท่าไรกว่าธรรมชาติ

    ในช่วงทศวรรษ 90 กองถ่ายทำภาพยนตร์ “The Beach” เลือกอ่าวมาหยา ที่เกาะพีพีเล
    ให้เป็นสวรรค์บนดินใช้เล่าเรื่องราวของคนกลุ่มหนึ่งที่อยากจะเดินทางมาตั้งรกราก
    และสร้างสังคมของตัวเองขึ้นใหม่ และนี่เป็นจุดหนึ่งที่ทำให้คนรู้จักอ่าวมาหยาและ
    ปรารถนาที่จะมาเยือนสักครั้ง

    จากนั้นเป็นต้นมา อ่าวเล็ก ๆ ที่แทบไม่มีใครรู้จักก็กลายเป็นเป้าหมายในฝันของคน
    จากทั่วโลก จำนวนนักท่องเที่ยวที่สูงอยู่แล้วเพิ่มมากขึ้นอีกในปี 2559 เมื่อนักท่อง
    เที่ยวชาวจีนเริ่มแห่เดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก

    อ่าวมาหยาปิด เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ ต้องใช้เวลาเนิ่นนานสักเท่าไรกว่าธรรมชาติ

    เรือลำแล้วลำเล่าทยอยเข้าจอดบริเวณชายหาดขาวโพลนพานักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามา
    หลายคนมาเพื่อถ่ายเซลฟี่สวย ๆ พวกเขามองหาพื้นที่โล่งปราศจากคน แต่มันไม่มีพื้นที่ที่
    จะพบกับความสวยงามของอ่าวมาหยา ได้แต่พบกับผู้คนทุกหนทุกแห่ง จำนวนนักท่อง
    เที่ยวที่สูงอยู่แล้วเพิ่มมากขึ้นอีกเมื่อนักท่องเที่ยวชาวจีนเริ่มแห่เดินทางเข้ามาเป็นจำนวน
    มาก

    อ่าวมาหยาปิด เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ ต้องใช้เวลาเนิ่นนานสักเท่าไรกว่าธรรมชาติ

    ในฤดูท่องเที่ยว แนวชายฝั่งยาว 300 เมตรแห่งนี้ต้องรับกับนักท่องเที่ยวมากถึง 3,500 คน
    ต่อวัน ตลอดแนวชายฝั่งมีเรือจอดเต็มไปหมดและมีอีกเบื้องหลังที่จอดรออยู่ในบางช่วงมีผู้
    คนมากจนนักท่องเที่ยวไม่สามารถหาที่นั่งและชมวิวได้สบาย ๆ ได้ เวลาผ่านไป นักท่องเที่ยว
    เริ่มแสดงความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ท่องเที่ยวว่า อ่าวมาหยา “สกปรก”และ “น่าขยะแขยง”

    ในปี 2561 หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของเกาะเริ่มตระหนักว่าจำนวนนักท่องเที่ยวส่งผล
    แย่ต่อความยั่งยืนของสภาพธรรมชาติของอ่าวมาหยาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ
    ต่อมากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชจึงจัดประชุมหารือเพื่อแก้ไขวิกฤตอย่างเร่ง
    ด่วน


    อ่าวมาหยาปิด เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ ต้องใช้เวลาเนิ่นนานสักเท่าไรกว่าธรรมชาติ

    แม้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวไม่เห็นคล้อยตาม ทว่าทางการก็สามารถสั่งปิดอ่าวมาหยาได้สำเร็จ
    ในที่สุดโดยระบุว่าแนวปะการังได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง และระบบนิเวศน์ต้อง
    การเวลาที่จะฟื้นฟูตัวเองเมื่อ 1 มิ.ย.2561 ทางการวางแนวเส้นกำหนดเขตเรือแล่นผ่าน และ
    วางกำลังตรวจตราไม่ให้ใครสามารถเข้าไปยังเขตอ่าวได้

    อ่าวมาหยาปิด เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ ต้องใช้เวลาเนิ่นนานสักเท่าไรกว่าธรรมชาติ

    “ย้อนไปในปี 1998-1999 ปะการังเสียหายมีอยู่ราว 30 เปอร์เซ็นต์แต่ตอนนี้มีถึง 90 เปอร์
    เซ็นต์แล้ว”แนวปะการังเปราะบางและได้รับผลกระทบจากคุณภาพของน้ำทะเลและจากนัก
    ท่องเที่ยวที่ไปเหยียบและจับปะการัง แต่ปัญหาใหญ่อยู่ที่เรือหลายร้อยลำที่ทิ้งสมอลงไปที่
    ปะการังปล่อยน้ำมันรั่วไหลและทำให้ฝูงปลาตื่นตระหนก

    อ่าวมาหยาปิด เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ ต้องใช้เวลาเนิ่นนานสักเท่าไรกว่าธรรมชาติ
    ทุกวันนี้ยังคงมีเรือแล่นไปบริเวณอ่าวมาหยาแต่จอดได้เฉพาะบริเวณที่อยู่ห่างออกไป 300 เมตร
    แม้จะไกลเช่นนั้นก็ยังมีคนพยายามถ่ายเซลฟี่กับชายหาดอันเลื่องชื่ออยู่

    หลายเดือนผ่านไป ความพยายามในการฟื้นฟูพร้อมทั้งสั่งห้ามไม่ให้คนเข้าไปทำกิจกรรมใด ๆ
    ทั้งสิ้น เริ่มเป็นผล นักดำน้ำพาเราไปดูแนวปะการังใหม่ที่เริ่มเติบโต แต่ต้องใช้เวลาอีกหลาย
    ทศวรรษกว่าจะเติบโตเต็มที่

    อ่าวมาหยาปิด เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ ต้องใช้เวลาเนิ่นนานสักเท่าไรกว่าธรรมชาติ

    ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
    ผู้ศึกษาอ่าวมาหยาและพื้นที่บริเวณนั้นมาเป็นเวลา 40 ปี ได้รับมอบหมายให้ทำการสำรวจ
    ความเสียหายทางและนำทีมฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ดร.ธรณ์ เล่าว่า" ช่วงก่อนปิดอ่าวนั้น
    มีเรือนำเที่ยวเข้ามามากกว่า 200 ลำต่อวัน บางวันอาจมีเรือมากกว่า 200 ลำเข้ามาจอดภาย
    ในอ่าว ซึ่งมีขนาดไม่ใหญ่มากจนดูไม่เหมือนอ่าวอีกแล้ว เหมือนตลาดน้ำมากกว่า เรือบาง
    ลำทอดสมอลงบนปะการัง จนเสียหายอยู่ในสภาพน่าเป็นห่วง นักท่องเที่ยวนับพันต่อวันเข้า
    มาเหยียบย่ำ จนส่งผลกระทบต่อหาดทราย"

    ปลาฉลามครีบดำ หรือ ปลาฉลามหูดำ (blacktip reefsharks) 50-60 ตัวเริ่มว่ายมาเยือนอ่าว
    ในตอนเช้าพวกมันชอบระดับน้ำตื้น และมีฉลามตัวเมีย 3ตัวเลือกมาคลอดลูกบริเวณอ่าว
    มาหยา ดร.ธรณ์ บอกว่าพวกมันเป็น “สัตว์ที่เจ๋งที่สุดในท้องทะเล” และนี่ถือเป็นของขวัญ
    สำหรับเขา“พวกมันเป็นสัญลักษณ์ของธรรมชาติ ทุกคนเข้าใจเรื่องนี้มันคุ้มค่าที่จะรักษา
    ชีวิตฉลาม 60 ตัว”

    กรมอุทยานฯมุ่งมั่นที่จะเปิดอ่าวมาหยาอีกครั้งเมื่อพิสูจน์ทราบว่าหาดแห่งนี้สามารถ
    รองรับคนได้กี่คนต่อวันโดยที่ไม่เป็นการทำลายความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม แต่สำหรับ
    ผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวบริเวณนี้ การปิดหาดไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีของพวกเขา

    “เราต้องยอมรับว่านักท่องเที่ยวที่มากระบี่และหมู่เกาะพีพีต่างใฝ่ฝันที่จะไปอ่าวมาหยาหรือ
    “The Beach” บางคนยกเลิกทัวร์มาเมื่อถึงและทราบว่าหาดนี้ปิดตัวลง” นายเอกวิทย์ภิญโญ
    ธรรมโนทัย ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จังหวัดกระบี่ กล่าวแม้จะเป็นหาดใน
    ตำนาน มาหยาก็เป็นแค่อ่าวเล็ก ๆ แห่งหนึ่งสภาพชายฝั่งทะเลไทยที่เสียหายเป็นปัญหาที่
    ใหญ่กว่านั้น

    ดร.ธรณ์ บอกว่า สัดส่วนความเสียหายของแนวปะการังในไทยเพิ่มจาก 30 เปอร์เซ็นต์ เป็น
    77 เปอร์เซ็นต์ภายในเวลาแค่หนึ่งทศวรรษ โดยเขาบอกว่าสาเหตุหลักมาจากน้ำเสียที่ปล่อย
    จากโรงแรมริมชายฝั่ง และขยะพลาสติก

    บางทีกรณีอ่าวมาหยาอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าไทยกำลังจะพยายามบริหารจัดการทรัพยากร
    ธรรมชาติให้ดีขึ้น ถึงแม้ต้องใช้เวลาเนิ่นนานสักเพียงไร การให้นักท่องเที่ยวเข้ามาทำร้าย
    ธรรมชาติของไทยก็ไม่เป็นที่ปรารถนาสำหรับคนไทย และคนที่รักสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ
    การปกป้องธรรมชาติ จึงเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน

    ภาพและข้อมูลจาก
    https://www.bbc.com/thai/resources/idt-sh/maya_bay_thai
    https://www.bbc.com/thai/47194457

     

     


    Share FB
    26.2.19




Copyright © 2017. medias-center.com, All Rights Reserved by Wandit Medias