• ผู้พิทักษ์ป่าไทยฝึกทักษะต่อกรนักล่าสัตว์ผิดกฎหมาย ลดช่องโหว่ปล่อยผู้ต้องหาพ้นคดี

    หลากคดีในอดีตที่ผู้ล่าสัตว์ผิดกฏหมายรอดพ้นความผิด ด้วยเหตุผลของศาลว่า "หลักฐานไม่เพียงพอ"
    ทำให้หลายคนลุ้นว่า "คดีเสือดำ" ที่ลือลั่น ผลจะเป็นอย่างไร บทเรียนในอดีตทำให้เจ้าหน้าที่อุทยาน
    สนใจฝึกฝนทักษะด้านนิติวิทยาศาสตร์มากขึ้น เพื่อไม่ปล่อยให้ผู้กระทำผิดลอยนวลจากช่องโหว่ทาง
    กฏหมายไปได้


    ผู้พิทักษ์ป่าไทยฝึกทักษะต่อกรนักล่าสัตว์ผิดกฎหมาย ลดช่องโหว่ปล่อยผู้ต้องหาพ้นคดี



    "ไปได้" กฤษขจร แตงอ่อน เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ตะโกนให้ผู้ใต้บังคับบัญชาบุกเข้าจับกุมกลุ่ม
    ลักลอบล่าสัตว์ป่า ภายในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครนายก โดยมีหลักฐานเป็นเขากวาง
    และมีดแล่เนื้อเปื้อนเลือดวางอยู่ใกล้ตัว

    แม้จะจับกุมผู้กระทำผิดด้วยของกลางมัดตัวแน่นหนา แต่ชุดปฏิบัติการของกฤษขจร ยังวาง
    ใจไม่ได้ เพราะการเก็บพยานวัตถุต้องระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ที่จะกลายเป็น
    ช่องโหว่ให้นักล่าสัตว์ผิดกฏหมายที่จับกุมมาได้ ต้องหลุดมือไปในชั้นศาล

    ปฏิบัติการสมจริงนี้ เป็นเพียงสถานการณ์จำลอง ในโครงการฝึกฝนเจ้าหน้าที่พิทักษ์อุทยาน
    ไทย ให้นำหลักนิติวิทยาศาสตร์มาใช้ในการทำงานจริง

    "การเก็บหลักฐานสำคัญเป็นลำดับแรก ๆ เลยในการสืบสวน" กฤษขจร วัย 26 ปี กล่าว

    "เพราะว่าถ้าเราป้องกันสถานที่เกิดเหตุไม่ได้ เก็บพยานวัตถุหลักฐานได้ ไม่มากพอ ไม่รัดกุม
    พอ หรือมีความถูกต้องไม่พอ จะเป็นช่องให้ผู้กระทำความผิดสามารถแหวกออกไป และหลุด
    พ้นจากข้อกล่าวหาของเจ้าหน้าที่ได้"


    ผู้พิทักษ์ป่าไทยฝึกทักษะต่อกรนักล่าสัตว์ผิดกฎหมาย ลดช่องโหว่ปล่อยผู้ต้องหาพ้นคดี

    การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่พิทักษ์อุทยานไทย กลายเป็นที่จับตามองของสังคม จาก
    "คดีล่าเสือดำ ทุ่งใหญ่นเรศวร" ซึ่งมีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ
    บมจ.อิตาเลียนไทย ดิเวล๊อปเมนต์ พร้อมพวกเป็นผู้ต้องหา

    ผู้พิทักษ์ป่าต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มลักลอบล่าสัตว์ รวมถึงขบวนการลักลอบขนส่งอวัยวะสัตว์
    ที่ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านไปยังจีนและเวียดนาม ตลาดค้าอวัยวะสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์และ
    สัตว์ป่าคุ้มครองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

    เจ้าหน้าที่อุทยานไทยกว่า 14,000 ชีวิต ต้องต่อสู้กับพรานล่าสัตว์ คนลักลอบตัดไม้ ที่มักพก
    พาอาวุธสงครามร้ายแรง แต่เจ้าหน้าที่กลับขาดอุปกรณ์และการฝึกฝน เพื่อต้านทานอาชญา
    กรเหล่านี้ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าราว 15 นายเสียชีวิตต่อปี


    ผู้พิทักษ์ป่าไทยฝึกทักษะต่อกรนักล่าสัตว์ผิดกฎหมาย ลดช่องโหว่ปล่อยผู้ต้องหาพ้นคดี

    โครงการฝึกฝนผู้พิทักษ์ป่านี้ จัดขึ้นโดยมูลนิธิฟรีแลนด์ (Freeland) องค์กรไม่แสวงผลกำไร
    ที่มีสำนักงานใหญ่ในไทย ด้วยภารกิจยับยั้งการลักลอบล่า-ค้าสัตว์ป่า

  • ทิม เรดฟอร์ด ผู้อำนวยการโครงการ มูลนิธิฟรีแลนด์ ระบุว่า การลักลอบล่าสัตว์ป่าขยายวง
    กว้าง และมักเชื่อมโยงกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติรายใหญ่

    "อาชญากรเหล่านี้ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ทางกฏหมาย ความอ่อนแอและไม่เข้าใจของ
    ผู้พิพากษาและอัยการ นั่นจึงทำให้ผู้กระทำผิดเหล่านี้กำลังมีชัย"

    มูลนิธิฟรีแลนด์ ดำเนินการฝึกฝนเจ้าหน้าที่อุทยานในทักษะการเก็บหลักฐาน การรักษาจุด
    เกิดเหตุ และใช้การตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ อาทิ การดูแลหลักฐานที่เก็บได้จากจุด
    เกิดเหตุ ด้วยกรรมวิธีที่ไม่ทำให้หลักฐานปนเปื้อนรอยนิ้วมือ หรือดีเอ็นเอของเจ้าหน้าที่

    เจ้าหน้าที่อุทยานอาจไม่คุ้นเคยกับเทคนิคที่ละเอียดอ่อนเหล่านี้ เพราะไม่เคยมีการฝึกฝนและ
    บังคับใช้อย่างจริงจัง แต่เมื่อได้มาเรียนรู้ กฤษขจร ตระหนักว่า ทักษะเหล่านี้มีความจำเป็น
    อย่างมากเพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี

    "ทักษะการสืบสวนของพวกเรายังไม่มากพอ" กฤษขจร ยอมรับ "เวลาเจอสถานการณ์แบบนี้
    มักจะทิ้งช่องโหว่ในการเก็บหลักฐานไว้ จนทำให้ผู้ต้องสงสัยรอดพ้นคดีได้"


    ข้อมูลจาก https://www.bbc.com/thai/47141058
    ภาพจาก BBC Thai และ Pixabay



    Share FB
    7.2.19




Copyright © 2017. medias-center.com, All Rights Reserved by Wandit Medias