เดินหน้าปั้น Young Smart Farmer คู่กับนักส่งเสริมการเกษตรรุ่นใหม

  • เดินหน้าปั้น Young Smart Farmer คู่กับนักส่งเสริมการเกษตรรุ่นใหม่ (Future DOAE) ทั่วประเทศ

    ย้อนไปเมื่อปี 2541 เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจและภาคการเกษตรของไทยมาตามลำดับ
    โดยประชากรภาคเกษตรมีแนวโน้มลดลงประมาณปีละ 400,000 คน ต่อปี ทั้งจากการไม่มีผู้สืบทอด
    อาชีพเกษตร การย้ายแรงงงานมาย้สู่ภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ รวมทั้งการเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูง
    อายุ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหาร (Food security) ทั้งในระยะกลางและ
    ระยะยาว ซึ่งประชากรในภาคเกษตรกรรมมีความยืดหยุ่นในการปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงต่ำกว่า
    ประชากรภาคอื่น เนื่องจากทักษะของเกษตรกรในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและเทคนิคที่ทันสมัยเพื่อ
    เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตยังอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งต้องใช้เวลาในการพัฒนาอีกพอสมควร

    กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย กรมส่งเสริมการเกษตร จึงมีนโยบายเร่งรัดการสร้างและพัฒนาเกษตร
    กรรุ่นใหม่ ให้มีความรู้ ความสามารถ มีความเข้มแข็ง และมีศักยภาพสูงในการผลิตทางการเกษตรทั้งเพื่อ
    การบริโภคในประเทศและเพื่อการส่งออก ทดแทนเกษตรกรรุ่นเก่าที่ลดจำนวนลง และพัฒนาให้เป็นบุคลา
    กรที่สำคัญของภาคเกษตรกรรม สร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่หันมาทำการเกษตรเพิ่มมากขึ้น รองรับต่อ
    การสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่สามารถพึ่งพาตนเอง
    ได้ทางด้านการเกษตร และสร้างเศรษฐกิจได้จากภาคเกษตรกรรม

    เดินหน้าปั้น Young Smart Farmer คู่กับนักส่งเสริมการเกษตรรุ่นใหม

    นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า โครงการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่
    หรือ Young Smart Farmer ดำเนินการมาแล้วกว่า 3 ปี ปัจจุบันมีเกษตรกรรุ่นใหม่ Young Smart Farmer
    7,598 ราย ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นนำไปสู่การเกิดเครือข่ายเกษตรกรรุ่นใหม่ที่เข้มแข็ง ครอบคลุมทุกภาค
    ของประเทศ ซึ่งกรมฯ ยึดหลักการสำคัญ คือ ต้องพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ โดยใช้เครือข่ายเป็นเป้า
    หมายและกลไกในการพัฒนาให้เข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้บนหลักการของการเรียนรู้ตลอดชีวิต การ
    มีส่วนร่วม และการพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

    อย่างไรก็ตามความยั่งยืนจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเกษตรกรต้องเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และออกแบบการ
    เรียนรู้ด้วยตนเอง โดยมีนักส่งเสริมการเกษตรเป็นตัวแทนภาครัฐทำหน้าที่เป็นผู้จัดการเรียนรู้จึงเป็น
    ที่มาของนักส่งเสริมการเกษตรรุ่นใหม่ หรือ Future DOAE จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกรอบความคิด เป็น
    ผู้นำการเปลี่ยนแปลง มีความคิดสร้างสรรค์ และปรับเปลี่ยนทักษะ-พฤติกรรมให้ทันสมัย สร้างการ
    ยอมรับ และมีความยืดหยุ่นในการปรับตัวสูง รอบรู้ทั้งทางด้านวิชาการ การใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม
    สร้างพฤติกรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เท่าทันสถานการณ์ ซึ่งการพัฒนาตนเองนี้จะนำไปสู่การพัฒนา
    งานในความรับผิดชอบในที่สุด

    “ผมได้สร้างนักส่งเสริมการเกษตรรุ่นใหม่ หรือ Future DOAE โดยคัดเลือกจากนักส่งเสริมการเกษตร
    ทั่วประเทศ ที่มีอายุไม่เกิน 35 ปี ทำงานไม่น้อยกว่า 3 ปี และมีความพร้อมเติมเต็มความรู้หลายๆ ด้าน
    แบ่งเป็นรุ่นๆ รุ่นละ 100 คน ซึ่งมาถึงตอนนี้มี ทั้งหมด 300 คน จัดอบรมเติมเต็มความรู้ให้กับน้องๆ
    เหล่านี้ หลายหลักสูตรที่จำเป็นต่อการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร เช่น หลักสูตรห่วงโซ่อุปทานสิน
    ค้าเกษตรไทย หลักสูตรการพัฒนาภาวะผู้นำยุคใหม่ : Building Gen Y to be a trusted partner หลักสูตร
    การพัฒนาภาวะผู้นำ 7- Habit นอกจากนี้ ยังได้ให้น้องๆ เหล่านี้คัดเลือกกันเองอีก 50 คน เพื่อพัฒนา
    ทักษะด้านภาษาอังกฤษ และไปศึกษาดูงานที่ประเทศสิงคโปร์ เป็นการเปิดมุมมองที่แตกต่าง มากกว่า
    ไปดูการพัฒนาภาคการเกษตรเพียงอย่างเดียว เพราะสิงคโปร์เป็นประเทศขนาดเล็ก แต่สามารถบริหาร
    จัดการทรัพยากรทางธรรมชาติได้อย่างดี ผมจึงวางให้น้องๆ ได้เห็นในหลายๆ มิติ ทั้งการเมือง สังคม
    การเกษตร เพราะการพัฒนาคนจำเป็นที่จะต้องค่อยๆ สร้าง ค่อยๆ เติบเต็มความรู้ ค่อยๆ สอน ผมคาด
    หวังว่าน้องๆ คงไม่ได้ซึมซับแต่เฉพาะมุมมองด้านการเกษตร แต่ผมคาดหวังไปถึงการมองเห็นความ
    เจริญ แนวทางการกำหนดนโยบาย การวางเป้าหมายการพัฒนาในด้านต่างๆ และคาดหวังให้น้องๆ
    นำกลับมาถ่ายทอดประสบการณ์และความรู้ที่ได้รับให้กับเพื่อนนักส่งเสริมการเกษตรด้วยกันเอง
    รวมถึงเกษตรกรด้วย”

    “การสร้างนักส่งเสริมการเกษตรรุ่นใหม่ หรือ Future DOAE จึงเริ่มต้นจาก 300 คนนี้ และคาดหวัง ที่จะ
    เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จาก 300 กลายเป็น 600 หรือ 1,000 จนทุกคนในกรม ฯ มีศักยภาพและมุมมองไปในแนว
    ทางที่ตอบสนองและเท่าทันการเปลี่ยนแปลง ซึ่งพวกเขาเหล่านี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะจุดประกาย และเป็น
    บุคลากรที่พร้อมจะเติบโตเป็นรากฐานสำคัญ และเป็นพลังสำคัญให้กับกรมส่งเสริมการเกษตร ประเทศ
    ชาติ ให้กับภาคการเกษตรต่อไปในอนาคต” อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าว

    โลกปัจจุบันเปลี่ยนไปทุกวัน ดังนั้น สิ่งสำคัญคือการสร้างตัวตนของนักส่งเสริมการเกษตร ให้เข้มแข็ง
    ทั้งจิตใจ ร่างกาย และองค์ความรู้ พร้อมที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเชื่อว่าภายในระยะเวลา 5 ปี
    10 ปี ข้างหน้านี้ การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นในหลายด้าน นักส่งเสริมการเกษตรจะกลายเป็นพลังสำคัญ
    ขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่ เพราะสามารถเรียนรู้การคิด วิเคราะห์ และการแก้ปัญหาได้เอง และสามารถ
    เดินเคียงข้างเกษตรกรได้ตลอดไปตามสโลแกน “50 ปี กรมส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติกับเกษตรกรดุจ
    ญาติมิตร” นั่นเอง

     

    ภาพและข้อมูลอ้างอิงจากhttps://siamrath.co.th/n/42593


    Share FB
    2/09/18

Copyright © 2017. medias-center.com, All Rights Reserved by Wandit Medias