ทิ้งขยะพิษให้ถูกวิธี เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน

  • ทิ้งขยะพิษให้ถูกวิธี เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน

    จากข้อมูลของสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานครพบว่าปัญหาขยะมูลฝอยในกรุงเทพฯ เป็นปัญหาที่ต้องให้ความ
    สำคัญ โดยเฉพาะ “ขยะอันตราย” หรือ “ขยะพิษ” ซึ่งมีอยู่ทั้งในบ้านเรือน ที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน และร้าน
    ค้าต่างๆ หากไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกวิธี จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน และยังก่อให้
    เกิดปัญหามลพิษต่อแหล่งน้ำ พื้นดิน และอากาศ

    กรมควบคุมมลพิษระบุว่าคนไทยทิ้งของเสียอันตราย 7 กิโลกรัมต่อคน ต่อปี ปริมาณของเสียอันตรายจากชุมชน
    ในปี 2559 มีมากถึง 606,319 ตัน ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 จากปีก่อน ในจำนวนนี้แบ่งเป็นซากเครื่องใช้ไฟฟ้าและ
    อิเล็กทรอนิกส์ร้อยละ 65 อีกร้อยละ 35 เป็นแบตเตอร์รี่ ถ่านไฟฉาย กระป๋องสเปรย์และภาชนะบรรจุสารเคมี ซึ่ง
    ของเสียงเหล่านี้ หากทิ้งรวมกับขยะทั่วไป และได้รับการจัดการอย่างไม่ถูกวิธี อาจเกิดการรั่วไหลสู่งสิ่งแวดล้อม จะ
    ปนเปื้อนสู่ระบบนิเวศ และห่วงโซ่อาหาร ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อ ชีวิตมนุษย์ สัตว์และพืช

    วิธีทิ้งถ่านไฟฉายใช้แล้ว
    1.เก็บรวบรวมถ่านไฟฉายใช้แล้วไว้ในถุงพลาสติก หรือถุงดำ
    2.เขียนข้อความว่า “ขยะพิษ” หรือ “ถ่านไฟฉาย” ใช้แล้วไว้ข้างถุง เจ้าหน้าที่จะได้จัดเก็บอย่างถูกต้อง
    3.ทิ้งในภาชนะรองรับขยะอันตราย หรือ ทิ้งกับรถขยะของกทม.ตามวันเวลาที่สำนักงานเขตกำหนด

    วิธีทิ้งหลอดไฟฟ้าใช้แล้ว
    1.นำหลอดไฟที่จะทิ้งแล้วใส่ปลอกกระดาษที่เคยใส่มาตอนซื้อ หรือห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์หลายๆ ชั้น เพื่อ
    ป้องกันหลอดแตกหักเสียหาย
    2.ถ้าเป็นหลอดกลมหรือหลอดตะเกียบ ให้ห่อกระดาษเพื่อป้องกันการแตกหรือเสียหาย แล้วบรรจุใส่ถุงหรือกล่อง
    3.เขียนข้อความติดข้างถุงว่าเป็น “หลอดไฟใช้แล้ว” เพื่อให้เจ้าหน้าที่มองเห็นชัดเจน
    4.ทิ้งที่จุดทิ้งขยะอันตราย หรือทิ้งกับรถขยะของกรุงเทพมหานคร หรือวางในจุดที่เห็นชัดเจน ไม่เสี่ยงต่อการแตก
    หักเสียหาย

    ทิ้งขยะพิษให้ถูกวิธี เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน

    หลอดฟลูออเรสเซนต์ใช้งานแล้วเป็นขยะอันตราย
    หลอดฟลูออเรสเซนต์เมื่อหมดอายุการใช้งานแล้ว ถือเป็นของเสียอันตราย เนื่องจากมีสารปรอทเป็นองค์ประกอบ
    ซึ่งสารปรอทเป็นโลหะหนักที่มีจุดหลอมเหลวต่ำ สามารถระเหยกลายเป็นไอได้ง่าย และแขวนลอยอยู่ในอากาศได้นาน
    ซึ่งสารปรอทจากซากหลอดฟลูออเรสเซนต์สามารถส่งผลกระทบต่อร่างกายมนุษย์ได้โดยวิธีการต่อไปนี้

    1. เมื่อเกิดการแตกหัก ไอปรอทที่บรรจุอยู่ภายในหลอดฟลูออเรสเซนต์ จะระเหยออกสู่สิ่งแวดล้อม และเข้าสู่ร่างกาย
    ได้โดยการหายใจ

    2. หากทิ้งรวมไปกับขยะมูลฝอยทั่วไป ซากหลอดฟลูออเรสเซนต์มักถูกบดอัดรวมไปใน รถเก็บขนขยะ ส่งผลให้ไอ
    ปรอทแพร่กระจาย ออกสู่สิ่งแวดล้อม เป็นอันตรายต่อพนักงานเก็บขนขยะ และผู้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงจากนั้นซาก
    หลอดฟลูออเรสเซนต์จะถูกนำไปฝังกลบแบบไม่มีการป้องกันที่ถูกต้อง เมื่อฝนตก น้ำฝนที่ชะผ่านกองซากที่เป็นของ
    เสียอันตราย จะทำให้สารพิษไหลปนเปื้อนเข้าสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ และดูดซึมเข้าสู่สัตว์น้ำและพืชผัก เมื่อคนกินสัตว์
    น้ำหรือพืชผักที่ปนเปื้อนสารพิษ ก็จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายได้

    ทิ้งขยะพิษให้ถูกวิธี เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน

    พิษจากสารปรอท
    ในปี พ.ศ. 2499 ( ค.ศ.1956 ) มีการตรวจพบโรคที่เกิดจากพิษของสารปรอท(Mercury)ในประเทศญี่ปุ่น เรียกว่า “
    โรคมินามาตะ” (Minamata Diseases) เกิดจากคนรับประทานอาหารจำพวกปลาและหอยจาก อ่าวมินามาตะ ซึ่ง
    มีสารปรอทเจือปนอยู่ เนื่องจากโรงงานผลิตพลาสติกแห่งหนึ่ง ปล่อยน้ำทิ้งที่มีสารเมธิลเมอคิวรี่ (Methylmercury)
    ลงสู่อ่าวเป็นเวลาหลายปี ผลจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้มีผู้ได้รับผลกระทบกว่า 3,000 คน ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการ
    ชาตามมือเท้าแขนขาและริมฝีปาก จากนั้นจะเริ่มมีอาการหงุดหงิด กระวนกระวาย พูดไม่ชัด ฟังไม่ได้ยิน กล้ามเนื้อ
    อ่อนแรง ควบคุมตัวเองไม่ได้ และเป็นอัมพาตในที่สุด

    ขยะที่ควรแยกทิ้งจากขยะทั่วไป นอกจากหลอดไฟและถ่านไฟฉายแล้วยังมีขยะที่จำเป็นต้องแยกทิ้งจากขยะทั่วไป
    ได้แแก่

    1.กระป๋องสเปรย์/ บรรจุภัฑณ์เคมีในครัวเรือน: แยกจากขยะทั่วไปภายในบ้าน หากมีสารระเหยให้ปิดฝาให้เรียบร้อย
    รวบรวมใส่ถุงขยะและทิ้งลงใน “ถังขยะอันตราย”

    2.ยา/ เครื่องสำอาง: แยกบรรจุภัณฑ์ออกจากตัวยาและเครื่องสำอาง (ซึ่งบรรจุภัณฑ์บางชนิดสามารถแยกลงถังขยะ
    รีไซเคิล+ ได้หรือมีชิ้นส่วนอลูมิเนียมสามารถบริจาคทำขาเทียมได้) นำตัวยาและเครื่องสำอางใส่ถุงขยะและทิ้งลงใน
    “ถังขยะอันตราย” สารเคมีอันตราย: สารเคมีอันตรายที่ใช้เฉพาะในห้องทดลองหรือสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ใช้สารนี้
    โดยเฉพาะ โปรดปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดและทิ้งในที่จัดเตรียมไว้ ส่วนสารเคมีอื่นๆ เช่นสารเคมีสำหรับ
    การช่างให้แยกใส่ลังกระดาษ ปิดฝาบรรจุภัณฑ์ให้เรียบร้อยและค่อยๆ หย่อนลงใน “ถังขยะอันตราย” หรือติดต่อส่ง
    ทิ้งกับเทศบาลในเขตโดยตรง

    3.อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์: แยกชิ้นส่วนบรรจุภัณฑ์ที่เป็นขยะประเภทอื่นออกจากกัน ชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์
    ใส่ในถุงขยะมัดปากถุงให้เรียบร้อย ทิ้งลงใน “ถังขยะอันตราย”

    4.โทรศัพท์มือถือ: ถอดซิมและลบข้อมูลส่วนตัวออกก่อนทิ้ง แล้วทิ้งลงในถังขยะเฉพาะ ปัจจุบันตามสถานที่ต่างๆ เช่น
    ห้างสรรพสินค้าจะมีกล่องรับรองโทรศัพท์มือถือเก่าที่ไม่ใช้แล้ว สามารถทิ้งได้ทันทีปลอดภัยแน่นอน

    ซากเครื่องใช้ไฟฟ้า แบตเตอร์รี่มือถือ ถ่านไฟฉาย หลอดไฟคือตัวอย่างของเสียอันตรายจากชุมชน ซึ่งมีสารโลหะหนัก
    อย่างตะกั่ว แคดเมี่ยม และปรอทผสมอยู่ สามารถปนเปื้อนมีผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม การคัดแยกของเสีย
    อันตรายเหล่านี้ ออกจากขยะทั่วไป จึงเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อนำไปจำกัดในสถานที่ที่เหมาะสมและไม่ส่งผลกระทบต่อเนื่อง

    ของเสียอันตรายที่เป็นซากอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ บางส่วนสามารถนำมารีไซเคิลแยกโลหะมีค่าอย่างเช่นทองคำได้ แต่
    ประเทศไทยยังมีผู้ประกอบการเพียงไม่กี่รายที่สามารถรีไซเคิลและแยกโลหะมีค่าออกจากซากผลิตภัณฑ์ ได้อย่างปลอด
    ภัยต่อสิ่งแวดล้อม

     

    ข้อมูลอ้างอิงจาก www.pcd.go.th ,www.nationtv.tv,www.chulazerowaste.chula.ac.th
    ภาพจาก pixabay.com

    Share FB
    17082018

Copyright © 2017. medias-center.com, All Rights Reserved by Wandit Medias